Thaislender.com : ลดความอ้วน ลดน้ำหนัก

  Navigator : ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน | Weight Loss | Health | Beauty | Tips & Trick | Article & News

 


ข่าวสาร : ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน


 
     
 
:: "โรคอ้วนลงพุง" เพชฌฆาตเงียบ คร่าชีวิตคนนับไม่ถ้วน ::



เตือนรอบเอวยิ่งใหญ่ ยิ่งเสี่ยงตายเร็ว

 
จากข้อมูลของ "องค์การอนามัยโลก" (WHO) พบว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกปีละ 17 ล้านคน และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น คาดว่าอีก 15 ปี หรือใน พ.ศ.2563 ทั่วโลกจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดราว 25 ล้านคน โดยอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา 19 ล้านคน หรือ 76% ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด
 
"โรคหัวใจและหลอดเลือด" ถือเป็น "1ใน 6 ภัยคุกคามชีวิตคนไทย" โดยจากข้อมูลของกระ ทรวงสาธารณสุข พบว่า โรคหัวใจและหลอดเลือด ติดอันดับ 1 ใน 3 สาเหตุหลักของการป่วยและตายของคนไทย ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมามีจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 3-17 เท่าตัว ข้อมูลใน พ.ศ.2546 พบว่า มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้สูงถึง 40,092 ราย หรือชั่วโมงละ 5 คน ปัจจัยสำคัญที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ ความอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง การมีไขมันในเส้นเลือด บุหรี่ ความเครียด.....ที่สำคัญคือผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมีอายุน้อยลงกว่าในอดีตมาก!!!
ด้วยตระหนักถึงภัยร้ายของ "โรคอ้วนลงพุง" หลายหน่วยงาน โดยเฉพาะ "กรมอนามัย" โดยกองโภชนาการและกองกำลังกายเพื่อสุขภาพ จึงได้ร่วมกันจัดทำ "โครงการคนไทยไร้พุง" ขึ้นเพื่อสนับสนุนและพัฒนาความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมของขบวนการสุขภาพภาคประชาชน โดยจัดทำเป็นโครงการหลักของกระทรวงภายใน พ.ศ.2550 ด้วยการรณรงค์สร้างกระแสให้คนไทยตระหนักรักสุขภาพ เฝ้าระวังติดตามควบคุมและป้องกันมิให้ "อ้วนลงพุง" และลดขนาด "รอบเอว" ของคนทุกระดับ จนถึงสร้างจิตสำนึกสุขภาพให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ "วัฒนธรรม" และเป็น "วิถีชีวิต" ของคนไทยให้ได้
"นพ.โสภณ เมฆธน" รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สุขภาพของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่เมืองใหญ่ๆ อย่างกรุงเทพฯ มีเรื่องน่าเป็นห่วงมาก คือ "โรคอ้วนลงพุง" เพราะคนทำงานส่วนใหญ่มักนั่งโต๊ะทำงาน ร่างกายเคลื่อนไหวน้อย อีกทั้งไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกายและไม่ค่อยสนใจเรื่องอาหารการกิน เพราะเดี๋ยวมีประชุม เดี๋ยวมีเบรค เย็นมีงานเลี้ยง กินไปคุยกันเรื่องงานไป แต่ละวันชีวิตวนเวียนอยู่อย่างนี้ พอรู้ตัวอีกทีก็ "พุงยื่น" แล้ว ซึ่งอันนี้เราต้องมารณรงค์ให้คนเมืองได้ตื่นตัวถึงพิษภัยของโรคร้ายที่มาจากการอ้วนลงพุงด้วยการจัด "โครงการคนไทยไร้พุง" เพื่อการลดรอบเอว รักษาน้ำหนักและหันมาออกกำลังกายมากขึ้น
 
"รองอธิบดีกรมอนามัย" กล่าวอีกว่า การอ้วนลงพุงมีชื่อเป็นทางการว่า โรคอ้วนลงพุง หรือ Metabolic Syndrome คือ ภาวะไขมันในช่องท้องเกิน หรืออาการของไขมันสะสมในช่องท้องมากกว่าปกติ อีกทั้งมีไขมันใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้องเพิ่มขึ้นด้วย โดยสังเกตได้จากจากรอบเอวของเพศชายเกิน 36 นิ้ว หรือ 90 เซนติเมตร เพศหญิงเกิน 32 นิ้ว หรือ 80 เซนติเมตร ถือว่าเป็นโรคอ้วนลงพุง ซึ่ง "อันตราย" จากการสะสมไขมันในช่องท้องนี้มีอันตรายมากกว่าไขมันสะสมที่บริเวณอื่นๆ เช่น สะโพก ต้นขา ต้นแขน เพราะไขมันสะสมในช่องท้องจะสลายตัวเป็นกรดไขมันอิสระ และเข้าสู่ตับอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ไขมันที่สะสมบริเวณอื่นเมื่อสลายตัวเป็นไขมันกรดไขมันอิสระแล้วจะไปอยู่ในเส้นเลือดก่อนแล้วจึงเข้าสู่ตับ และจะทำให้เกิดอาการ "ดื้ออินซูลิน" คือ อินซูลินไม่สามารถเผาผลาญน้ำตาลได้ปกติ ซึ่งนำไปสู่โรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต โรคหัวใจ เป็นต้น
 
จากการสำรวจ "ภาวะอาหารและโภชนาการแห่งชาติ" พ.ศ.2546-2547 ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่า คนไทยอายุ 19-74 ปี มีเส้นรอบเอวเกินเกณฑ์มาตรฐานสูงถึง 28.3% และในการสำรวจสุขภาพประชากรไทยปีล่าสุด พ.ศ.2547 พบว่า ประชากรในประเทศไทยที่อายุมากกว่า 35 ปี มีเส้นรอบพุงเกินกำหนดประมาณ 9.3 ล้านคน โดยพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย คือ เพศหญิงอ้วนลงพุง 52% ผู้ชาย 22%
 
"ที่น่าตกใจคือในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา มีคนไทยเป็นโรคอ้วนลงพุงเพิ่มเป็น 1.3 เท่า ในเขตเมืองเพิ่มถึง 45% ในชนบท 34% และคนที่มีรอบเอวเพิ่มขึ้นทุก 5 เซนติเมตร จะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานเพิ่ม 3-5 เท่า จะเห็นได้ว่าเอวใหญ่ขึ้นเท่าไรก็ยิ่งเจ็บป่วยและตายเร็วขึ้นเท่านั้น" น.พ.โสภณ กล่าว
 
"น.พ.โสภณ" ได้ให้หลักสำคัญในการดูแลสุขภาพและการลดรอบเอวเพื่อก้าวสู่การมีสุขภาพดี ว่า การดูแลอาหารการกินจะช่วยป้องกันการเกิดโรคที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดได้ ดังนั้นเวลาจะกินอะไรก็อย่ากินมาก และควรเลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ให้หลากหลายและพอเพียง งดหวาน มัน เค็ม มื้อเย็นก็อย่ากินหลังพระอาทิตย์ตกดิน แล้วแต่ละมื้อก็ควรเน้นอาหารไทย พวกน้ำพริก ผักจิ้ม ให้กลับมาใช้ชีวิตแบบ "วิถีไทยดั้งเดิม" บ้าง และหมั่นดูแลน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์พอเหมาะ ควบคู่กับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ถ้าไม่มีเวลาออกกำลังกายมากพอก็ควรเดินให้ได้วันละ 10,000 ก้าว ซึ่งขณะนี้ทางกรมอนามัยได้ทำการรณรงค์อยู่ และสุดท้าย คือ "พักผ่อนให้เพียงพอ"
 
จะเห็นได้ว่า "โรคอ้วนลงพุง" คือ "เพชฌฆาตเงียบ"!!!
 
ที่รุกคืบคุกคามชีวิตคนเมืองอยู่ทุกขณะ ถ้าทุกคนใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเอง โดยเฉพาะการกินอาหารและการออกกำลังกายให้ดีแล้ว ไขมันที่เกาะอยู่ในพุงอ้วนๆ ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคร้ายอื่นๆ คงไม่มีวันมากล้ำกรายอย่างแน่นอน
 
เคล็ดลับการบริโภคอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัก

 

เมื่อวันที่ : 24-04-2007
ที่มา : mind and care