คาดจะป่วยถึงปีละ 7 ล้านคนภายในปี 2020 หวั่นกระทบหนักระบบสาธารสุขและเศรษฐกิจ
สำนักข่าวบลูมเบิร์กออนไลน์รายงานอ้างการรายงานในวารสารการแพทย์แลนเซทชื่อดังของประเทศอังกฤษว่าภายในปี 2020 หรือ อีก13 ปีข้างหน้านี้ทวีปเอเซียจะมีผู้ป่วยโรคมะเร็งเป็นจำนวนมากถึงปีละ 7 ล้านคนทีเดียวซึ่งนับเป็นภาระและปัญหาทางสาธารณสุขของประเทศที่ไม่ค่อยมีศักยภาพในการจ่ายงบประมาณเพื่อช่วยเรื่องการรักษาเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้พบว่าการที่มีประชากรสูงอายุมากขึ้น การสูบบุหรี่และอัตราการเป็นโรคอ้วนที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่เร่งเร้าให้อุบัติการณ์ของโรคมะเร็งร้ายในคนไข้ในทวีปเอเซียนี้สูงขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศยากจนและขาดความสามารถในการหาซื้อยาหรือเทคโนโลยีด้านการรักษาโรคมะเร็งที่มีความก้าวหน้าเพียงพอ เป็นต้นว่า ยา เฮอร์เซปติน และเอวาสติน ซึ่งผลิตและจำหน่ายโดยบริษัทยายักษ์ใหญ่ โรช โฮล์ดดิง จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ข้อมูลเกี่ยวกับการคาดการณ์สถิติโรคมะเร็งของภูมิภาคถูกนำเสนอต่อที่ประชุมในประเทศสิงคโปร์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้โดยนายริชาร์ด ฮอร์ตันซึ่งเป็นบรรณาธิการของวารสารแลนเซท
จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกหรือฮูพบว่าในปัจจุบันนี้อัตราการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในภูมิภาคเอเซียอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านคนต่อปีและคาดว่าอาจเพิ่มขึ้นไปเป็น 6.4 ล้านคนภายในปี 2030 หรืออีกประมาณ 23 ปีข้างหน้าถ้าแนวโนมในการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยยังคงเป็นอยู่อย่างที่เป็นในภาวะปัจจุบันนี้
ในทางกลับกันอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในทวีปยุโรปซึ่งองค์การอนามัยโลกระบุว่ามีอยู่เพียง 1.85 ล้านคนต่อปีจะไม่เพิ่มขึ้นมากนักในอนาคต 23 ปีข้างหน้า ในขณะที่อัตราการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในสหรัฐอเมริกาจะเพิ่มขึ้นประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์และคาดว่าจะทำให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้ในสหรัฐฯจำนวน 1.64 คนต่อปี
มันกำลังจะกลายไปเป็นเหมือนการแพร่ระบาดอย่างไม่น่าเชื่อของโรคมะเร็ง และเราไม่เคยเห็นกันมาก่อน เราจินตนาการกันไม่ออกในอีก 20 ปีข้างหน้า นายฮอร์ตันกล่าวกับสื่อมวลชนหลังจากการบรรยาย ณ ที่ประชุมวิชาการด้านการแพทย์ของวารสารแลนเซทซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร
เราไม่มีแม้กระทั่งระบบการสาธารณสุขที่เพียงพอสำหรับรักษาโรคติดต่อ ฉะนั้นแล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่เราจะสามารถต่อกรกับปัญหาโรคมะเร็งนี้ ฮอร์ตันกล่าว
และในที่ประชุมของวารสารแลนเซทดังกล่าวนักวิจัยหลายคนได้กล่าวว่าโรคมะเร็งได้คร่าชีวิตมนุษย์ไปแล้วทั่วโลกเป็นจำนวนมากกว่าโรคเอดส์ วัณโรคและมาลาเรีย นับรวมกันเสียอีก ทั้งนี้การที่ต้องใช้จ่ายในการรักษาโรคเรื้อรังอย่างโรคมะเร็งและโรคเบาหวานอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจของประเทศจีน และอินเดียซึ่งถือเป็น 2 ประเทศมีการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วที่สุดของโลกอยู่ในขณะนี้
โรคนี้จะก่อให้เกิดการสูญเสียอย่างมหาศาลในด้านค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาผู้ป่วย ฮอร์ตันกล่าวและว่า โรคนี้จะทำให้เกิดการสูญเสียกำลังคนในตลาดแรงงาน เราคิดกันแต่ว่าเอดส์เป็นความหายนะของโลกอยู่ในปัจจุบันแต่นั่นยังไม่ถึงเสี้ยวในสิ่งที่เรายังไม่ได้เห็นกัน
ในประเทศอังกฤษเพียงแค่การรักษาโรคมะเร็งเต้านมด้วยยาเฮอร์เซปตินเพียงอย่างเดียวก็ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายในการรักษาคิดเป็นมูลค่ามากถึง 50,000 เหรียญสหรัฐแล้วทำให้บริษัทโรชเจ้าของยาทำรายได้จากการขายยานี้ได้สูงถึง 3.2 พันล้านเหรียญสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว
และหากจะเปรียบเทียบกันงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพต่อหัวต่อคนต่อปีตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลกแล้วพบว่าในปี 2003 ว่าประเทศบังคลาเทศสามารถจ่ายงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพต่อหัวต่อคนต่อคิดเป็นเพียง 4 เหรียญ อินเดีย 7 เหรียญ อินโดนีเซีย 11 เหรียญ และจีน 22 เหรียญ