สำนักข่าวบีบีซีออนไลน์รายงานว่าทีมนักวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริกาออกโรงเตือนถึงผลข้างเคียงของการผ่าตัดศัลกรรมเพื่อลดน้ำหนักที่อาจมีความรุนแรงถึงขั้นทำให้คนกลายมาเป็นโรคสมองเสื่อมสูญเสียความทรงจำได้ โดยภาวะดังกล่าวนี้เรียกว่า เวอร์นิคเก เอนเซปฟาโบพาธี ซึ่งมีผลกระทบต่อระบบประสาทและสมองและอาจนำไปสู่อาการสับสนและความด้วยสมรรถภาพทางด้านการประสานการเคลื่อนไหวของร่างกาย
ทั้งนี้ผลการวิจัยที่นำมาสู่คำเตือนเรื่องการผ่าตัดลดความอ้วนนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ทางด้านประสาทวิทยา นิวโรโลจี ซึ่งเป็นวารสารที่ออกโดยสมาคมวิชาการด้านประสาทวิทยาอเมริกัน โดยพบว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการสมองเสื่อมนี้หลัก ๆ แล้วมาจากการขาดวิตามินบี 1 หรือไธอามีน
นักวิจัยกล่าวว่าคนไข้ที่เมื่อภายหลังการผ่าตัดแล้วมีการอาเจียนบ่อย ๆ อาจเป็นเหตุให้เกิดภาวะบกพร่องทางประสาทนี้ได้ โดยทีมนักวิจัยพบกรณีที่เป็นโรคเวอร์นิคเก เอนเซปฟาโบพาธีหลังจากการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอ้วนนี้แล้วจำนวน 32 ราย โดย 27 รายเป็นผู้หญิง
อย่างไรก็ดีรายงานการศึกษานี้ไม่ได้ระบุแน่ชัดลงไปว่าภาวะโรคนี้เกิดขึ้นได้บ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายหรือเปล่า หรือที่พบว่าเป็นเยอะในผู้หญิงเพราะคนไข้ที่รับการผ่าตัดรักษาโรคอ้วนส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง
ด้านนพ.โคลิน เวนย์ จากองค์กรแห่งชาติเรื่องโรคอ้วน หรือเนชั่นแนล โอบิซีตี้ ฟอรัมของประเทศอังกฤษกล่าวว่าไม่ควรอย่างยิ่งที่คนไข้จะหลีกเลี่ยงการผ่าตัดเพื่อลดความอ้วนดังกล่าวในกรณีที่มีความจำเป็นจะต้องทำ
แน่นอนว่าเราควรต้องให้ความสนใจเกี่ยวกับรายงานการศึกษานี้และด้วยความตระหนักด้วย แต่ก็ไม่ปฏิเสธการรักษาทันทีโดยไม่ได้ใช้เวลาไตร่ตรองให้รอบคอบก่อน นพ. เวนย์กล่าว ผลของการผ่าตัดลดน้ำหนักนั้นค่อนข้างจะดีมาก ๆทีเดียว
คนบางคนก็มีความเสี่ยงที่จะตายเพราะสาเหตุอื่น ๆ ได้หากไม่ได้รับการผ่าตัดนี้ นพ.เวนย์กล่าวและว่า ความเสี่ยงของภาวะเอนเซปฟาโบพาธีนั้นบางทีอาจจะน้อยกว่าความเสี่ยงที่จะตายด้วยโรคอ้วนซะอีก
ทั้งนี้พบว่าภาวะเอนเซปฟาโบพาธีนี้มักเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 1 ถึง 3 เดือนหลังรับการผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนัก เป็นต้นว่าการผ่าตัดเพื่อส่งข้ามแก๊ส ซึ่งถึงแม้ว่าจะมี 1 รายที่ปรากฏว่าเป็นโรคนี้เมื่อ 18 เดือนให้หลังจากการผ่าตัดแล้วก็ตาม
ด้านผู้เขียนผลการวิจัย โซแนล ซิงห์ จากโรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาเวคฟอเรสใน นอธแคโรไลนา กล่าวว่าเขาอยากจะเรียกร้องให้คนที่รับการผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนักแล้วควรได้รับวิตามินบีตามคำสั่งของแพทย์และให้หมั่นคอยสังเกตุอาการของตัวเองให้ดี โดยเฉพาะแล้วต้องตื่นตัวกับอาการจำพวก อาเจียนบ่อย ๆ สับสน เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการมองเห็น และขาดความประสานสัมพันธ์ของการเคลื่อนไหวร่างกาย
เมื่อคนที่ผ่านการผ่าตัดมาแล้วประสบอาการใดอาการหนึ่งจากที่ว่ามานี้ ควรต้องพบแพทย์ในทันทีทันใด ซิงห์กล่าวและว่า หากได้รับการรักษาทันท่วงทีผลที่ได้โดยปกติแล้วก็ออกมาดี
สำหรับการรักษานั้นแพทย์จะให้วิตามินบี 1 ทดแทนแก่คนไข้ผ่านการเข้าน้ำเกลือ และจากคนไข้จำนวน 32 คนที่พบในการศึกษานี้ 13 คนฟื้นคืนสภาพอย่างเต็มที่หลังการรับการรักษาแก้อาการดังกล่าวแล้วในขณะที่ที่เหลือก็มีการดำเนินของอาการความจำเสื่อมต่อไป
เมื่อวันที่ : 28-03-2007
ที่มา : mind and care
|